Benefits of Astaxanthin

March 20, 2014

ประโยชน์ของแอสตาแซนธิน...

นอกจากเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีเยี่ยม ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆดังนี้

● ช่วยให้ผิวคงความอ่อนวัย ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อยและจุดด่างดำ

● ช่วยบำรุงสายตา ลดอาการเมื่อยล้าของสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์

● ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อร่างกาย

● ช่วยดูแลสุขภาพกระเพาะอาหาร

● ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองแตก

 

ศักยภาพของสารต้านอนุมูลอิสระ

ปัจจุบันแอสตาแซนธิน เป็นสารที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุด

แอสตาแซนธิน จึงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทางเลือกใหม่ ที่ให้ได้มากกว่าสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ ด้วยโครง สร้างทางเคมีรูปแบบจำเพาะเหมือนกับสารแคโรทีนอยด์ และความสามารถที่เหนือกว่าในการปรับตัวอยู่ในชั้นผนังเซลล์ได้ทั้งชั้นน้ำ และชั้นไขมัน มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทำการศึกษาประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ พบว่า แอสตาแซนธิน จึงมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ดังนี้

 

• สูงกว่ากว่า วิตามิน ซี 6,000 เท่า, CoQ10 800 เท่า, วิตามิน อี 550 เท่า, Green tea catechins 550 เท่า, Alpha lipoic acid 75 เท่า,เบต้า แคโรทีน 40 เท่า และ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17 เท่า

 

• การเปรียบเทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ (วิตามินอีธรรมชาติ วิตามินเอ วิตามินซี เบต้าเเคโรทีน ไลโคปีน ลูทีน)

+ ป้องกันการเกิดเพอร์ออกซิเดชั่นของไขมันได้อย่างดีเยี่ยม

+ เป็นสารกำจัดสารอนุมูลอิสระที่แรงที่สุด+ กระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน

+ มีประสิทธิภาพช่วยป้องกันการอักเสบ

 

• การป้องกันเมื่อใช้งานร่วมกับสารอื่น

+ เมื่อใช้ร่วมกับไลโคปีนแล้ว แอสตาแซนธินสามารถต้านการออกซิเดชั่นได้ดีกว่าการใช้ไลโคปีน ลูเทอีนหรือ แอสตาแซนธินอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญ

+ เมื่อใช้ร่วมกับกรดไลโปอิก เรสเวอราทรอล เออโกไธไอนีน กรดแอสคอร์บิก โสม กระเทียม แปะก๊วย สามารถเพิ่มศักยภาพการต้านสารอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ

+ ผลการทดสอบพบว่า สามารถป้องกันสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่า เมื่อใช้ร่วมกับโทโคไทรอีนอล

 

แอสตาแซนธิน : สุขภาพผิว

ริ้วรอยแห่งวัยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่มีปัจจัยบางอย่างที่เร่งทำให้ริ้วรอยนั้นเกิดเร็วขึ้นและชัดเจนมากขึ้น เช่น รังสี UV จากแสงอาทิตย์ มลพิษจากสภาวะแวดล้อม และระดับโอโซนซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยเนื่องจากชั้นเซลล์ผิวถูก ทำลาย และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง นอกจากนั้นยังมีสาเหตุที่เกิดจากอาหารที่รับประทานและลักษณะนิสัยการดำเนิน ชีวิต ที่ทำให้การซ่อมแซมผิวหนังตามธรรมชาติและระบบการต่อต้านอนุมูลอิสระของร่าง กายเสียสมดุล ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวร่วมกับผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม เข้ามาช่วยในการบำรุงสุขภาพผิวของเราในระยะยาว

 

คนทั่วไปจะ รู้จักสารแคโรทีนอยด์ที่ชื่อว่าเบตา-แคโรทีน (โปรวิตามิน A) และวิตามิน E เป็นอย่างดี แต่ในปัจจุบันได้มีการศึกษาค้นคว้าสารแคโรทีนอยด์ที่ชื่อว่า Astaxanthin ซึ่งผลิตได้จากไมโครแอลจีที่มีชื่อว่า Haematococcus pluvialis ว่ามีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าเบตา-แคโรทีน (โปรวิตามิน A) และวิตามิน E (Miki, 1991)

 

จากการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ที่ใช้ Astaxanthin ที่อยู่ในรูปของเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นเวลา 4 ถึง 6 สัปดาห์จะมีริ้วรอยแห่งวัยที่เกิดจากรังสี UV ลดลง ดังนั้นจึงสรุปว่า Astaxanthin มีคุณสมบัติในการช่วยบำรุงผิวทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย ช่วยลบเลือนริ้วรอย และสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนังจากรังสี UV ได้

 

จากการวิจัย (Yamashita 2002) โดยทำการทดลองกับผู้หญิงจำนวน 8 คนที่มีผิวแห้ง (อายุเฉลี่ย 40 ปี) ทานอาหารเสริมที่มี Astaxanthin 2 มิลลิกรัม และ tocotrienol ธรรมชาติ (Super vitamin E) 40 มิลลิกรัมเป็นประจำทุกวัน จากนั้นทำการเก็บข้อมูลในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 และนำไปเปรียบเทียบกับค่าเริ่มต้นก่อนใช้ พบว่าความแตกต่างสามารถวัดได้ภายใน 2 สัปดาห์ และ 4 สัปดาห์ พบว่าผู้ทดลองที่มีผิวแห้งมีการปรับปรุงสภาพผิวดังนี้: ระดับความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น (P<0.05) ,ปริมาณน้ำมันตามธรรมชาติที่ผิวคงที่ และริ้วรอยลดลง และ พบว่าสิวเสี้ยนน้อยลง (P<0.01)

 

Yamashita (2006) ได้ทำการศึกษาทดลองผู้หญิงที่มีลักษณะผิวหลายรูปแบบจำนวน 49 คนอายุเฉลี่ย 47 ปี โดยได้รับ Astaxanthin 4 มิลลิกรัม (2×2 มิลลิกรัม) และยาหลอก หลังจากสัปดาห์ที่ 6 พบว่าผู้ที่รับประทาน Astaxanthin 4 มิลลิกรัมต่อวันมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น

 

การทดสอบสภาพผิวด้วยเครื่องมือ พบว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารเสริมนั้นสุขภาพผิวดีขึ้นดังนี้ ความชุ่มชื้น (P<0.05) และความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้น (P<0.05) นอกจากนี้การทดสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ รับประทานอาหารเสริมจะมีริ้วรอยลดลง (P<0.05) และความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้น (P<0.05) ในช่วงระหว่างสัปดาห์ที่ 3 และ 6 (รูปที่ 4) ซึ่งผลที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนเนื่องจากการฟื้นฟูผิวหนังจะเริ่มในสัปดาห์ ที่ 4-5 และจะเพิ่มสูงสุดในสัปดาห์ที่ 6 ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า Astaxanthin สามารถช่วยบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวได้

 

กลไกการทำงาน

ผิวหนังประกอบด้วยชั้นต่างๆ สามชั้นได้แก่ หนังกำพร้า, ผิวหนังแท้ และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ชั้นผิวหนังแท้ประกอบด้วยคอลลาเจน อิลาสติน และเนื้อเยื่ออื่นๆ ที่ค้ำจุนโครงสร้างของผิว และยังเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ผิวหนังเรียบเนียนและดูอ่อนเยาว์ สามารถถูกทำลายได้ด้วยรังสี UV

 

การป้องกันริ้วรอย รังสี UV ที่ส่งผลกระทบกับผิวมีอยู่สองรูปแบบได้แก่ รังสี UVA และ UVB รังสี UVB นั้นมีความยาวคลื่นสั้นกว่ารังสี UVA และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดรอยไหม้ของผิวและการผลิตเม็ดสีเมลานิน แต่รังสี UVA ที่มีความยาวคลื่นยาวกว่าเป็นสาเหตุหลักของการแก่ก่อนวัย รังสี UVA นั้นทะลุทะลวงเข้าไปในชั้นหนังแท้ ทำลายเนื้อเยื่อคอลลาเจนทำให้เกิดริ้วรอย

 

รังสี UV ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระและสารที่มีชื่อว่า matalloproteinases (MMP) ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้เกิดริ้วรอยเพราะสารทั้งสองจะไปทำลายคอลลาเจนที่ชั้นผิว โชคดีที่ผิวจะมีกลไกในการซ่อมแซมคอลลาเจนที่ถูกทำลาย แต่การได้รับรังสี UV ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ซึ่งทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระและ matalloproteinases (MMP) ปริมาณมาก จะมีผลต่อการสร้างเซลล์ผิวใหม่ จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอย การมี Astaxanthin สามารถลดสารอนุมูลอิสระและปริมาณ matalloproteinases (MMP) และทำให้การสร้างเซลล์ใหม่มีความสมบูรณ์ ริ้วรอยลดลง

 

Astaxanthin ปกป้องผิวจากจากสารอนุมูลอิสระ

ออกซิเจนในเซลล์สามารถก่อตัวเป็นสารอันตรายที่เรียกว่า สารอนุมูลอิสระ (ROS) หรือแอกทีฟออกซิเจนได้ ถ้าได้รับพลังงานจากรังสี UV มากพอ สารเหล่านี้ได้แก่ สารออกซิเจนโมเลกุลเดียว ซุปเปอร์ออกไซด์ และ ไฮดรอกซิล (ทำให้เกิดสารเปอร์ออกซิล) สารเหล่านี้พยายามที่จะแย่งอิเลกตรอนจากโมเลกุลข้างเคียงเพื่อทำให้ตัวเอง เสถียรเช่น DNA, ฟอสโฟลิพิด เอนไซม์ และโปรตีน

 

Astaxanthin สามารถจับตัวกับออกซิเจนโมเลกุลเดียวเหล่านี้ และสามารถยับยั้งการเกิด lipid oxidation ดีกว่าสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ มาก และควบคุม ROS ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

 

การต่อต้านการอักเสบ

รอย ผื่นแดงหรืออาการอักเสบที่เกิดขึ้นหลังจากการสัมผัสกับแสงแดด สามารถควบคุมได้โดยสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ Yamashita (1995) แสดงให้เห็นจากการทดลองกับผู้ชายจำนวน 7 คน ที่ใช้ Astaxanthin ธรรมชาติทาที่ผิว พบว่าระดับของรอยบวมแดงที่เกิดจากแสงแดดลดลงอย่างชัดเจนถึง 60% ในชั่วโมงที่ 98 หลังจากสัมผัสแสง UVB ขณะนี้เราทราบว่า Astaxanthin ทำงานโดยยับยั้งตัวกลางที่ก่อให้เกิดการอักเสบและCytokines ผ่านทาง IkB kinase โดยขึ้นกับ NF-kB activation pathway (Lee et al., 2003)

 

ความปลอดภัยในการใช้กับเครื่องสำอางและอาหารเสริม

Astaxanthin ปลอดภัยสำหรับการใช้เป็นเครื่องสำอาง จากจำนวนผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งหมด 45 คน (ทั้งชายและหญิง) ที่รับการทดสอบ Standard Japanese Patch พร้อมรายงานผลในเวลา 24-48 ชั่วโมงหลังการทดสอบ ผิวชั้นนอกนั้นเกิดอาการเนื่องจากพลาสเตอร์กาวเท่านั้น ไม่มีอาการที่เกิดจาก Astaxanthin แต่อย่างใด (Seki et al. 2002) นอกจากนี้ Koura (2005) ยังพบว่าไม่มีอาการทางลบใดๆ ในการสอบ Sensitization ในสัตว์

 

Astaxanthin อยู่ในรายการ JP Cosmetics และรายชื่อ INCI ในชื่อว่า Haematococcus pluvialis extract

 

โดยทั่วไปวิธีที่จะลดริ้วรอยก่อนวัยที่เกิดจากแสงแดดนั้น คือ การหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากแสงแดดและการใช้ครีมกันแดดในการปกป้องผิว แต่อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปคนเราไม่สามารถปกป้องผิวได้อย่างดีพอ ดังนั้นการใช้สารแคโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ผลิตภัณฑ์ Astaxanthin สำหรับใช้เป็นเครื่องสำอางและเป็นอาหารเสริมจะมีคุณสมบัติในการช่วยลดริ้ว รอยก่อนวัยอันควร

 

 

 

 

 

 

Tags:

Please reload

Featured Posts

แคโรทีนอยด์คืออะไร ?

March 20, 2014

1/4
Please reload

Recent Posts

March 20, 2014